top of page

‘หนุ่มดอกไม้’ ปรากฏการณ์ที่ทำให้หนุ่มเกาหลีใต้หันมาแต่งหน้า

  • Humming Nerd
  • Jun 28, 2022
  • 1 min read


หนุ่มดอกไม้คืออะไร?


‘หนุ่มดอกไม้’ หรือ 꽃미남 (ก๊ดมินัม) เป็นศัพท์เฉพาะที่ใช้เรียกผู้ชายที่มีรูปร่างผอมบาง ผิวขาวเนียน และองค์ประกอบบนใบหน้าที่ดูคล้ายผู้หญิง มีนิสัยที่น่ารัก อ่อนโยน นอกจากนี้ ยังอาจหมายถึงผู้ชายที่แต่งหน้าในชีวิตประจำวันและชอบแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสไตล์ Androgynous (ไม่ระบุเพศ) อีกด้วย



แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าหนุ่มดอกไม้จะต้องเป็นประชากรในกลุ่ม LGBTQI เสมอไป ผู้ชายเกาหลี cisgender-heterosexual (เพศกำเนิดเป็นชายและชอบผู้หญิง) จำนวนมากก็นิยมแต่งหน้าและแต่งตัวตามแบบฉบับของหนุ่มดอกไม้ โดยไม่ได้มองว่ากิจกรรมเหล่านี้มีแต่ผู้หญิงและกลุ่ม LGBTQI ก็ทำได้ แต่เป็นการหันมาดูแลตัวเองและเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้ดูดีที่ผู้ชาย cis-het เองก็ทำได้เช่นกัน ตัวอย่างหนุ่มดอกไม้ที่หลายคนคงรู้จักกันดีอยู่แล้ว เช่น ซูโฮ (Exo), ชเวมินกิ (NU’EST), และ จิน (BTS) นั่นเอง


หนุ่มดอกไม้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

จริง ๆ แล้ว ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เพิ่งถือกำเนิดขึ้น มันเป็นผลพวงมาจากการปฏิวัติระบอบประชาธิปไตยในยุคหลังสงครามเย็น สื่อโทรทัศน์เกาหลีใต้ที่เคยถูกจำกัดและควบคุมก่อนหน้านี้จึงเริิ่มได้รับการผ่อนปรนและมีอิสระในการผลิตสื่อวิดีทัศน์ต่าง ๆ มากขึ้น ดังนั้น ป๊อปคัลเจอร์จากประเทศเกาหลีใต้จึงเฟื่องฟูไปทั่วทั้งทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราเรียกปรากฎการณ์นี้ว่า ‘ฮันรยู’ (Hallyu) หรือ The Korean Wave ที่แปลว่ากระแสนิยมความเป็นเกาหลีนั่นเอง


เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หลายท่านอาจจะสงสัยกันแล้วว่า แล้วปรากฎการณ์ฮันรยูที่ว่านี่มันเกี่ยวกับหนุ่มดอกไม้ตรงไหนล่ะ ต้องขอเกริ่นก่อนว่า สื่อส่วนใหญ่ในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งอเมริกาก็ดี ยุโรปก็ดี หรือแม้แต่หนังและละครจำนวนมากในไทย มักจะแสดงภาพลักษณ์ของตัวละครผู้ชายออกมาให้ดูแมน ๆ มีกล้าม เท่ แข็งแรง ดูเป็นชายอกสามศอก ภาพจำที่ซ้ำซากจำเจเหล่านี้เองที่ทำให้รัฐบาลเกาหลีตั้งใจจะสวนกระแสโลกด้วยการนำเอาปรากฎการณ์ฮันรยูมาใช้โปรโมตความเป็นชายแบบใหม่ที่ไม่เหมือนใคร จนสุดท้ายแล้ว ปรากฏการณ์หนุ่มดอกไม้ ตัวแทนของความเป็นชายที่อ่อนนุ่ม (soft masculinity) ก็ทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นผู้นำเทรนด์ด้านภาพลักษณ์สื่อที่ไม่เหมือนใครได้ในที่สุด



เพราะฉะนั้น ในช่วงปี 2010s จึงมีซีรี่ส์เกาหลีที่มีพระเอกเป็นหนุ่มดอกไม้ผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น Flower Boy Next Door (2013), Shut-up Flower Boy Band (2012), หรือ Flower Boy Ramen Shop (2010) แต่เรื่องที่โด่งดังที่สุดและเป็นใบเบิกทางให้กับซีรี่ส์หนุ่มดอกไม้อื่น ๆ ก็เห็นจะเป็น Boys Over Flowers (2009) หรือ รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง ที่ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติพร้อมเรตติ้งสูงที่สุดนั่นเอง และด้วยความที่ตัวละครเอกในซีรี่ส์เรื่องนี้ล้วนแต่เป็นผู้ชายเจ้าสำอาง มีสีผมที่แปลกใหม่ และช่างแต่งตัวนั่นเองที่ทำให้หนุ่มเกาหลีหันมาใส่ใจกับการแต่งหน้าและแต่งตัวมากขึ้น โดยผลสำรวจหนึ่งแสดงให้เห็นว่าในช่วงปี 2010-2015 ซึ่งมีการโปรโมตหนุ่มดอกไม้ในสื่อต่าง ๆ อย่างหนัก


ปรากฏการณ์หนุ่มดอกไม้ทำให้ผู้ชายเกาหลีเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง?

ในหลายประเทศทั่วโลก ผู้ชายที่แต่งหน้าหรือมีพฤติกรรมเจ้าสำอางมักจะถูกมองว่าเป็นโฮโมเซ็กชวล แต่เกาหลีใต้ไม่มีค่านิยมเหล่านี้ เพราะชายชาวเกาหลีใต้ทั่ว ๆ ไป ไม่ว่าจะระบุตนเองว่าเป็นเพศอะไร ล้วนแล้วแต่ใช้เครื่องสำอางกันทั้งนั้น



Roald Maliangkay ผู้อำนวยการสถาบันภาษาเกาหลีในมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียกล่าวว่า ตอนที่เขาไปเดินเที่ยวในย่านเมียงดง เขาเห็นหนุ่มเกาหลีจำนวนมากที่แต่งตัวเรียบร้อยและมีระดับ แทบทุกคนมีทรงผมที่ได้รับการจัดทรงมาอย่างดี นอกจากนี้พวกเขายังแต่งหน้าด้วยเฉดสีอ่อน ๆ ไม่ฉูดฉาดอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ร้านเครื่องสำอางดรักสโตร์ต่าง ๆ ไม่ได้มีแต่ลูกค้าผู้หญิง แต่ผู้ชายเกาหลีก็ถือตะกร้าเดินเลือกซื้อรองพื้นและลิปสติกกันเป็นเรื่องปกติ


ผลสำรวจหนึ่งจากกระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาแห่งประเทศเกาหลีใต้แสดงให้เห็นว่า ประชากรเกาหลีเพศชายใช้เครื่องสำอางโดยเฉลี่ยมากถึง 13 ชิ้น ไม่ว่าจะเป็น บีบีครีม ลิปกลอส หรือครีมโกนขน นอกจากนี้ สถาบันการตลาดอย่างยูโรมอนิเตอร์ยังเปิดเผยอีกด้วยว่า 21% ของยอดขายเครื่องสำอางสำหรับผู้ชายในระดับโลกมาจากเกาหลีใต้ ถึงแม้เกาหลีใต้จะมีประชากรเพศชายแค่ 19 ล้านคนเท่านั้น



สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เทรนด์หนุ่มดอกไม้เป็นที่นิยมในหมู่ผู้ชายเกาหลีคือ ภาพลักษณ์ที่แสดงถึงชนชั้นฐานะที่ร่ำรวย เพราะการแต่งตัวและแต่งหน้าให้ดูดี มีสีผิวที่สม่ำเสมอ ไม่มีกลิ่นกาย จะทำให้ผู้ที่พบเห็นสามารถอนุมานได้ว่าชายคนนั้นไม่ได้มาจากชนชั้นแรงงาน แต่เป็นผู้ที่มีเวลามากพอจะดูแลรูปลักษณ์ภายนอกของตนเอง นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้ดูเป็นคนมีความสามารถอีกด้วย อย่างเช่น ในการสัมภาษณ์งาน ผู้สมัครเพศชายที่แต่งตัวและแต่งหน้าได้ดูดีจะมีโอกาสได้งานมากกว่า เพราะแสดงให้เห็นว่าเป็นคนใส่ใจในรายละเอียดและคำนึงถึงภาพลักษณ์ของบริษัทเป็นสำคัญ


หนุ่มดอกไม้ นุ่มนวลจริงหรือเป็นแค่ภาพมายา?

ไม่ว่าภาพลักษณ์หนุ่มดอกไม้จะดูอ่อนหวานและนุ่มนวลมากเพียงใด ความนุ่มนวลที่แท้จริงราวกับพระเอกในซีรี่ส์นั้นนับว่ายังหาได้ยาก ผู้ชายเกาหลีเป็นที่รู้จักกันดีในด้านทัศนคติที่เหยียดเพศหญิงและประชากรในกลุ่ม LGBTQI ผลสำรวจจาก BBC พบว่า มากกว่า 90% ของประชากรชายชาวเกาหลีเป็นพวกต่อต้านเฟมินิสต์ และไม่สนใจขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศ อีกทั้งยังมีทัศนคติที่มุ่งร้ายต่อการที่ผู้หญิงและประชากรเพศอื่น ๆ จะขึ้นมามีสิทธิและบทบาทเทียบเท่ากับตัวเอง


นอกจากนี้ ผู้ชายเกาหลีจำนวนมากยังมีนิสัยที่ชอบเหยียดรูปร่างหน้าตาและสีผิวของผู้ชายด้วยกันเอง ไอดอลเกาหลีจำนวนมากที่มีสีผิวคล้ำ เช่น ไค (Exo) และ แฮชาน (NCT) มักจะถูกเพื่อนร่วมวงที่มีผิวขาว “แซว” เรื่องสีผิวอยู่บ่อยครั้ง แต่คำว่า “แซว” นั้น สุดท้ายแล้วก็เป็นเพียงแค่คำที่แฟนคลับใช้เป็นเกราะปกป้องศิลปินของตนเองเท่านั้น ไม่ว่าจะอย่างไร การหยอกล้อไอดอลที่มีสีผิวคล้ำท่ามกลางประเทศที่มีค่านิยมว่าผิวขาว = ดูดี แต่ผิวคล้ำ = ดูไม่ดี นั้นไม่ได้ต่างอะไรจากการล้อเลียน ซึ่งแฝงนัยยะของการเหยียดรูปลักษณ์ภายนอกของบุคคลอื่นอยู่เลย


สุดท้ายนี้ ปรากฎการณ์หนุ่มดอกไม้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเปิดรับความเป็นชายที่หลากหลาย ไม่ว่าจะดูบึกบึนราวกับคนเหล็กอาร์โนลด์ หรือบอบบางน่ารักราวกับพระเอกซีรี่ส์เกาหลี ก็ไม่ควรถูกตัดสินว่าแบบหนึ่งคือความเป็นชายที่แท้จริง ในขณะที่อีกแบบหนึ่งไม่ใช่ การทำให้ตนเองดูดี ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้า แต่งตัว หรือดูแลผิวพรรณร่างกาย เป็นการแสดงออกและศิลปะอย่างหนึ่งที่ทุกคนควรเคารพซึ่งกันและกัน ไม่ใช่เครื่องมือแบ่งแยกและกดขี่ใคร



แหล่งข้อมูล



แหล่งรูปภาพ





Comments


Drop Me a Line, Let Me Know What You Think

Thanks for submitting!

© 2023 by Humming Nerd

bottom of page